Artificial Intelligence : ปัญญาประดิษฐ์

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI)

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) คือ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ให้มีพฤติกรรมเหมือนคน โดยเฉพาะความสามารถในการเรียนรู้และความสามารถทางประสาทสัมผัสซึ่งเลียนแบบการเรียนรู้และการตัดสินใจของมนุษย์ (Laudon & Laudon , 2001)

ประเภทของ AI  ครอบคลุมสาขาต่างๆ ดังนี้ (Stairs & Reynolds,1999)
1) ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert-Systems) เป็นระบบการให้คำแนะนำในการจัดการปัญหา โดยอาศัยความรู้ของผู้เชี่ยวชาญที่โปรแกรมไว้
2) Neural Networks เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถกระทำ หรือจำลอง การทำงานของสมองมนุษย์ได้
3) Genetic Algorithms ปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยในการสร้างทางเลือก จำนวนมากในการแก้ปัญหา รวมทั้งทางเลือกที่ดีที่สุด
4) การประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) เป็นการประมวลผลที่ทำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจและโต้ตอบกับคำสั่ง หรือข้อความที่เป็นภาษา “ธรรมชาติ” ของมนุษย์ได้
5) ระบบการเรียนรู้ (Learning Systems) เป็นระบบที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยสามารถโต้ตอบ หรือมีปฏิกิริยากับสถานการณ์แวดล้อมได้
6) ระบบการมองเห็น (Vision Systems) ระบบที่คอมพิวเตอร์สามารถบันทึกเก็บรักษาและจัดการกับภาษาที่มองเห็น หรือรูปภาพได้ เป็นการนำระบบนี้มาใช้ในการวิเคราะห์รอยนิ้วมือ
7) หุ่นยนต์ (Robotic) การพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือเครื่องจักรกล ให้ทำงานซึ่งมีลักษณะที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือเป็นงานที่น่าเบื่อ หรือทำให้เกิด ความเมื่อยล้าแก่มนุษย์

การนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงาน

ในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการทำงานด้านการผลิตเพื่อทดแทนการทำงานของคนเริ่มเป็นที่นิยมใช้กันมากขึ้น   ประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในด้านอุตสาหกรรมพยายามที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ให้ได้มาตรฐาน    สามารถทำงานได้แทนคน    อีกทั้งยังพัฒนาหุ่นยนต์ให้มีรูปแบบหลากหลายเหมาะสมกับงานการผลิต    แต่การนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงานก็ข้อจำกัด   เนื่องจากหุ่นยนต์มีราคาสูง   ทำงานได้เฉพาะอย่าง    ต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมในการทำงาน   ทำให้ต้องปรับกระบวนการผลิตเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของหุ่นยนต์   ซึ่งจะเป็นการลงทุนที่สูงขึ้น   ดังนั้นประเทศที่มีค่าแรงงานต่ำจึงไม่นิยมนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงานมากนัก

ในปัจจุบันการนำหุ่นยนต์มาช่วยทำงานนั้นจะเป็นการทำงานในลักษณะที่เป็นแขนกล   ซึ่งควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์    งานที่มีอันตรายเกิดกว่าคนจะสามารถทำได้ก็จะใช้หุ่นยนต์หรือแขนกลเหล่านี้ทำ  เช่น  งานเชื่อม   งานประกอบชิ้นส่วน    การพ่นสี    การขนย้ายสิ่งของหนัก ๆ  เป็นต้น 

การทำงานของหุ่นยนต์แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

1. ระบบพลังงาน

การให้พลังงานกับหุ่นยนต์เราสามารถนำพลังงานหลายๆรูปแบบมาใช้ เช่น พลังงานไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าสามารถใช้งานไม่ยาก และสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอื่นๆได้ เช่น เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้ามาเป็นพลังงานกล เปลี่ยนจากพลังงานไฟฟ้ามาเป็นพลังงานแสง
เปลี่ยนเป็นพลังงานเสียง และเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน

2. ส่วนระบบจักรกล

หุ่นยนต์แต่ละยุคแต่ละรุ่นจะมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง
ซึ่งมีการเลียนแบบการเคลื่อนไหวของมนุษย์และสัตว์ต่างๆ
แต่มนุษย์และสัตว์แต่ละชนิดมีการเคลื่อนที่แตกต่างกัน
ดังนั้นการที่จะทำให้การเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆอยู่ในหุ่นยนต์ตัวเดียวถือเป็นเรื่องที่ยาก
เพราะการออกแบบกลไกต่างๆ จะต้องสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวนั้นๆไป

3. ส่วนของระบบควบคุม

ระบบนี้จะทำหน้าที่สั่งงานกลไกต่างๆให้เคลื่อนไหวหรือหยุดนิ่งได้
ระบบควบคุมจะแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ส่วนประมวลผล ส่วนหน่วยความจำและส่วนของความคิด

การนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงานด้านการแพทย์


มีการนำหุ่นยนต์แขนกลมาในช่วยผ่าตัดผู้ป่วย เนื่องจากหุ่นยนต์ที่นำมาใช้งานในด้านนี้จะมีความละเอียดในการทำงานสูงมาก
ใช้ในการผ่าตัดที่เกินกว่ามนุษย์จะทำได้ การทำงานของหุ่นยนต์ชนิดนี้
จะมีแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดควบคุมอยู่

การพัฒนาหุ่นผ่าตัด

Spotlightvol3-35_2

cats6 (1)

ตัวอย่างหุ่นยนต์ที่ช่วยทำงานทางการแพทย์

ข้อดีของการนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงานด้านการแพทย์   คือ

1.  สามารถทำงานหนักหรืองานที่เป็นอันตรายที่คนไม่สามารถทำได้  เช่น  การจับโลหะร้อน   ของที่มีพิษ   มีรังสี   เป็นต้น

2.  สามารถทำงานได้ตลอด 24  ชั่วโมง โดยไม่เบื่อหน่าย ไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลา ไม่ต้องมีเวลาพัก

3.  สามารถทำงานได้มีคุณภาพสม่ำเสมอ

4.  สามารถลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานได้   เพราะหุ่นยนต์ไม่ต้องลาหยุด  ลาพักในทุกรณี   อีกทั้งไม่มีการทะเลาะหรือมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน

5.ช่วยทำให้การผ่าตัดนั้นสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีการให้เห็นภาพที่ผ่าตัดชัดและแม่นยำขึ้นมากกว่าเดิม

6.  สามารถลดต้นทุนในการจ่ายค่าแรงและสวัสดิการต่าง ๆ  ได้

ข้อเสียของการนำหุ่นยนต์มาช่วยในการทำงานด้านการแพทย์  คือ

1.  หุ่นยนต์มีราคาแพง   เป็นการลงทุนที่สูง   ทำให้บางโรงพยาบาลไม่สามารถนำหุ่นยนต์มาช่วยในการผ่าตัดได้

2.  หุ่นยนต์ที่ใช้ในการผ่าตัดเป็นการใช้หุ่นยนต์เฉพาะด้านไม่สามารถใช้กับงานทั่ว ๆ  ไปได้

3.  ต้องปรับปรุงกระบวนการผ่าตัดเพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานของหุ่นยนต์   อันจะก่อความยุ่งยากในการดำเนินงาน    รวมทั้งต้องลงทุนเพิ่มในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการทำงานอีกด้วย

ที่มา

http://intimeproduct19.tripod.com/about/Untitled-12.html

http://www.thaigoodview.com/node/134432

pr.md.chula.ac.th/spotlight/year3/Spotlightvol3-35_2.pdf

จัดทำโดย

นางสาวกฤติยา แก้วกัน

รหัส 5606103004

สาขา  การบัญชี 2 ปี